กินวิตามินมากๆ ดีจริงหรอ

dd

นอกจากการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว หลายคนมักเลือกการทานวิตามินเป็นอาหารเสริม ซึ่งการทานวิตามินกำลังกลายเป็นเทรนด์ฮิตทั้งในไทยและต่างประเทศ มีทั้งวิตามินช่วยเสริมเรื่องสุขภาพให้แข็งแรง เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันโรคมะเร็ง ไขมัน ความดัน ฯลฯ ไปจนถึงวิตามินประเภทที่ช่วยในเรื่องของความงามต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่าการทานวิตามินมากเกินไปนอกจากจะเปลืองเงิน และไม่ได้ช่วยให้คุณสุขภาพดีแล้ว ยังสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย

สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษตีแผ่วัฒนธรรมการกินวิตามินพร่ำเพรื่อที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกโดยเปิดเผยผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่พบว่าการกินวิตามินเอเบตาแคโรทีน และวิตามินอี รวมถึงสารแอนติออกซิแดนท์ต่างๆ มากเกินไปในระยะเวลานานๆ นอกจากจะไม่ได้ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรงและป้องกันโรคแล้ว ยังส่งผลให้เกิดโรคหลายอย่างตามมา

วิตามินเอที่มากเกินไป หรือเกิน 3,000 ไมโครกรัมต่อวันในผู้ใหญ่ เคยทำให้คนตายมาแล้ว ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เคยมีนักสำรวจ ขั้วโลกที่เสียชีวิตจากการกินตับสุนัขลากเลื่อนทำให้มีการค้นพบว่าตับสุนัขมีวิตามินเอสูงมาก และการกินตับสุนัข 100 กรัมก็สามารถฆ่าคนได้ หรือถ้าได้รับวิตามินเอมากเกินไปแต่ยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ก็จะเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง ปากแห้ง ผิวแห้ง ผิวลอกเป็นชั้นๆ ได้ และสำหรับนักสูบบุหรี่ วิตามินเอก็ทำให้คุณเป็นมะเร็งปอดได้ง่ายขึ้น ส่วนซิงก์ที่ หนุ่มสาวชอบกินเพื่อแก้อาการผมร่วง หรือช่วยรักษาสิว หากกินมากเกินไปคือตั้งแต่ 100-150 มิลลิกรัม และกินติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง และถ้ากินมากถึง 200 มิลลิกรัมขึ้นไป อาจทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียและเป็นโรคโลหิตจางได้

วิตามินรวมหลายๆ ชนิดแบบเบ็ดเสร็จในเม็ดเดียว ที่มักมาในรูปแบบของวิตามินบำรุงผม บำรุงสมอง หรือบำรุงสายตา ก็อันตรายมากเช่นเดียวกันเพราะนอกจากจะไม่สามารถคำนวณได้ว่ากินวิตามินอะไรเข้าไปเท่าไหร่ และที่กินเข้าไปนั้นมากเกินขนาดหรือไม่ วิตามินหลายชนิดยังขัดขวางการดูดซึมของกันและกัน เช่นแคลเซียมจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กขัดขวางการดูดซึมทองแดง ทำให้การโด๊ปวิตามินตัวหนึ่ง อาจทำให้คุณขาดวิตามินอีกชนิดได้ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ได้หมายความว่าวิตามินเป็นสิ่งไม่ดีหรือไม่จำเป็น แต่ควรรับประทานเท่าที่จำเป็นหรือเท่าที่แพทย์แนะนำ อาทิ ผู้ที่ควรได้รับวิตามินเสริม คือหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องได้รับโฟลิกและวิตามินดีเพิ่ม คนอายุ 65 ปี และเด็กวัย 6 เดือน ถึง 5 ปี และคนที่ไม่ค่อยได้โดนแดด ควรได้รับวิตามินดี และสุดท้ายเด็ก 6 เดือน ถึง 5 ปี ทุกคนควรได้รับวิตามินเอ ซี และดีเสริม โดยเฉพาะเด็กที่ไม่สามารถกินอาหารที่หลากหลายได้

อิ่มนาน … ต้านอ้วน

slim-fat

ใครที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักอยู่ แน่นอนว่ามีเคล็บลับ เทคนิคต่างๆ นานา ที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารคลีน ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยคุณได้ นั่นก็คือ “การอิ่มนาน”

การที่เราทานอาหารมื้อหนี่งให้อยู่ท้องไปเลย จะทำให้อิ่มนาน และไม่คิดจะทานอย่างอื่นอีก แต่กับอาหารบางประเภทที่ทานไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง สักพักก็รู้สึกหิวขึ้นมาอีก ทำให้เกิดการทานจุกจิก นั่นแหล่ะที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับการลดน้ำหนักเลยค่ะ

สำหรับอาหารที่ทำให้เรารู้สึกอิ่มนานนั้นได้แก่ อาหารกลุ่มโปรตีน เช่น ไข่ ถั่ว หรือเนื้อสัตว์อย่างปลา และอาหารกลุ่มแป้งที่ไม่ขัดสี มีเส้นใยอาหารสูง เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท

“มันฝรั่งต้ม” ถือเป็นอาหารที่มีความอิ่มได้นานที่สุด สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก รับรองว่าจะไม่มีการทานของจุกจิกระหว่างมื้อแน่นอน

ส่วนอาหารที่ทานยังไงก็ไม่อิ่มสักที เป็นประเภทแป้งที่มีการขัดสี อย่างเช่น ครัวซองท์ เค้ก โดนัท เฟรนซ์ฟรายส์ คุ้กกี้ เป็นต้น เพราะฉะนั้นขอเตือนสำหรับคนลดน้ำหนัก ว่ารายชื่ออาหารดังกล่าว ตัดออกไปจากชีวิตก่อนได้เลยนะคะ

หลังจากทราบอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการลดความอ้วนแล้ว ก็คือการเน้นทานอาหารให้อิ่มเป็นมื้อ และไม่ทานจุกจิกระหว่างวัน ก็ขอให้ทุกคนอย่าลืมเทคนิคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น การดูแคลอรี่ของอาหาร การเสริมวิตามินและเส้นใยอาหาร รวมไปถึงการออกกำลังเป็นประจำ ทำสิ่งเหล่านี้ควบคู่กันไป รับรองหุ่นสวยเป๊ะ ! อีกไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ฟลูออไรด์เม็ดป้องกันเด็กฟันผุ

ff

ฟลูออไรด์เป็นสารที่ใช้ในการป้องกันฟันผุทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างความแข็งแรงของฟันและส่วนเคลือบผิวฟัน

แบ่งออกเป็น ฟลูออไรด์ที่ใช้กิน (จากน้ำดื่ม น้ำแร่) ฟลูออไรด์เฉพาะที่ (ฟลูออไรด์ที่เคลือบฟัน ฟลูออไรด์จากยาสีฟัน ยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์)

การกินฟลูออไรด์ให้ถูกวิธี

ฟลูออไรด์ชนิดเม็ดกินเสริมได้ทุกวัน แต่อย่าให้เกินขนาด เพราะมีรสหวาน เด็กๆ มักจะขอเพิ่ม ซึ่งให้กินเพิ่มไม่ได้ เพราะจะได้รับฟลูออไรด์เกินขนาด จะทำให้เกิดฟันตกกระ ซึ่งมักจะเกิดกับฟันแท้ ทำให้ฟันมีจุดสีขาวขุ่น เหลืองน้ำตาล หรือดำ กระจายทั่วผิวฟัน และสามารถกินลึกถึงเนื้อฟัน ไม่สามารถแปรงหรือขัดออกไปได้

การกินฟลูออไรด์ ควรเคี้ยวช้าๆ แล้วจึงค่อยกลืนจะมีประโยชน์มากกว่าการกลืนลงไปเลย ควรกินหลังแปรงฟัน ก่อนเข้านอน

ฟลูออไรด์เม็ดเป็นเพียงแค่การเสริม ไม่ใช่ “ทดแทน” การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

พ่อแม่ยุคใหม่รู้ทันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

dd

สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงมลพิษที่มากขึ้น และใกล้ตัวเราขึ้นทุกขณะ นำมาสู่โรคภัยไข้เจ็บที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับร่างกายของเราที่อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ทุกวัน โดยเฉพาะโรคยอดฮิตของคนเมืองกรุงอย่าง “โรคภูมิแพ้” ที่เชื่อได้เลยว่าหลายท่านอาจจะประสบปัญหากับอาการภูมิแพ้ต่างๆอยู่เป็นแน่

ในเด็กก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับกลุ่มอาการโรคภูมิแพ้ และอาการภูมิแพ้ที่ปรากฏในเด็กค่อนข้างมากนั่นก็คือ“โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” ซึ่งมักแสดงอาการทางผิวหนังที่สามารถเห็นได้ชัดเจน โรคนี้สามารถพบได้ในเด็กตั้งแต่ก่อนครบขวบปีไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ แต่พบมากที่สุดในเด็กวัยหกเดือนถึงห้าขวบ ซึ่งสาเหตุหลักสัมพันธ์กับการถ่ายทอดพันธุกรรมภูมิแพ้มาจากพ่อแม่ ทำให้ผิวหนังขาดสารให้ความชุ่มชื้นธรรมชาติ ผิวจะแห้ง แดงอักเสบ เป็นขุยสาก ไวเกินต่อสารกระตุ้นภูมิแพ้

สำหรับอาการของโรคที่จะเห็นได้ชัดเจนนั่นคืออาการผิวหนังแห้งคันอักเสบเรื้อรัง เป็นๆหายๆ ในทารกและเด็กเล็กจะมีอาการค่อนข้างรุนแรง ทั้งคัน ทั้งผิวแห้งเป็นขุยสาก มักพบผื่นแดงที่บริเวณใบหน้าโดยเฉพาะ 2 ข้างแก้ม ที่ลำตัว แขน ในบางรายอาจมีปัญหาในการนอนหลับเพราะคันมาก

ส่วนในเด็กโตจะพบอาการแสดงบริเวณข้อพับต่างๆ และยังคงมีอาการคัน หรืออาจจะพบอาการของโรคได้บริเวณรอบดวงตา รอบคอ รอบปาก หรือหลังใบหู มีความเป็นไปได้ที่อาการของโรคจะต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ หากต่อเนื่องถึงวัยผู้ใหญ่แล้วจะมีอาการผิวแห้งเป็นขุย พร้อมอาการอักเสบ และอาจจะส่งผลให้เกิดการแพ้จากการสัมผัสสารต่างๆ ได้ด้วย โดยในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีการข้างเคียงอื่นๆ ตามมา เช่น หอบหืด ภูมิแพ้เยื่อบุจมูก ภูมิแพ้เยื่อบุตา เป็นต้น

สำหรับการรักษาอาการของโรคนี้ ต้องดูแลผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาด้วยการทาสารให้ความชุ่มชื้นโดยแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อลดการระคายเคืองและลดความเสี่ยงต่อการแพ้การอาบน้ำที่ถูกวิธีต้องไม่อาบน้ำร้อนมากหรือนานจนเกินไปและไม่อาบน้ำบ่อยเกินไปและใช้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่มีความอ่อนโยน รวมถึงการทาครีมบรรเทาอาการผิวหนังแห้งคันอักเสบ และหมั่นไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

การทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นควรทาหลังอาบน้ำทันทีและทาต่อเนื่องทุกวันครีมที่ใช้ต้องไม่ใส่สารสเตียรอยด์ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ปลอดภัยมากและได้ผลดี เช่นครีมอีเชอร์ร่า ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบร่วมด้วยเป็นทางเลือกในการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังในผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังสารสำคัญในครีมนี้จะประกอบด้วยสาร Stimu-tex AS, Spent Grain Wax, Shea Butter, Argan Oil, และ Saccharide Isomerate ที่มีคุณสมบัติลดอาการผิวแห้ง ที่นำมาสู่อาการคัน อักเสบแดง ลดอาการระคายเคือง ให้ความชุ่มชื้น และยังทำให้เกราะผิวหนังกลับมาแข็งแรงมากขึ้น ผิวที่ชุมชื้นจะช่วยให้ผื่นสงบเร็วและยาวนานขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ดีขึ้นก็ควรพามาพบแพทย์เพื่อพิจารณาให้การรักษาต่อไป

เด็กหลัง 1 ขวบกินนมวัว 100% ได้แล้วนะ

เด็กในวัย 1 ขวบขึ้นไปสามารถกินนม UHT ได้แล้ว แต่ถ้าหากคุณแม่ยังสามารถให้นมแม่ได้อยู่ก็ไม่ต้องเสริม หรือเลิกนมแม่ เพราะนมแม่มีประโยชน์กว่าอยู่แล้ว

เด็กหลัง 1 ขวบกินนมวัว 100% ได้แล้วนะ

ถ้าถามว่านม UHT ควรเลือกแบบไหนดี

นม UHT นั้นจะเหมาะกับเด็กที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไป และไม่มีความแตกต่างจากนมผงสูตร 1 สำหรับเด็ก 1 ขวบ เพราะนม UHT ดัดแปลงมาจากนมผงสำหรับเด็ก 1 ขวบและมีสารอาหารครบถ้วนเหมือนนมผง แต่วิธีการผลิตไม่เหมือนกันเท่านั้น

แนะนำว่าเด็กหลัง 1 ขวบ สามารถกินนม UHT นมวัว 100% นมถั่วเหลือง รสจืดได้แล้วค่ะ มีประโยชน์มากกว่านมชงผง
(นมชงผง ต้องผ่านกระบวนการความร้อนสูงมากเพื่อทำให้เป็นผง เลยต้องเพิ่มเติมสารอาหารเข้าไป)

เนื่องจากบริษัทผลิตนมผงกลัวเสียฐานลูกค้าไป จึงหากลยุทธ์ดึงลูกค้าไว้ โดยจูงใจว่าเติมโปรตีนมากขึ้น (ที่จริงไม่ได้เติมเข้าไปเพิ่ม เพียงแต่ไม่ได้กำจัดโปรตีนส่วนเกินออกไปมากเท่ากับนมสูตรหนึ่ง) และโฆษณาว่ามีการเติมวิตามินและสารหลายอย่างซึ่งไม่มีในนมวัวสด ซึ่งไม่จำเป็นแต่อย่างใดเลย หากลูกได้กินอาหารเสริมตามวัยแล้ว

เพราะลูกจะได้สิ่งที่ร่างกายต้องการเพิ่มขึ้นตามวัยจากอาหารตามธรรมชาติในหมู่โปรตีน ได้รับ DHA แท้จากธรรมชาติของปลาทะเล ปลาน้ำจืด อโวคาโด ได้รับวิตามินแร่ธาตุจากผักผลไม้ ซึ่งร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ส่วนแบคทีเรียที่มีการเติมลงในนมผงเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ก็มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายของเด็กเอง ซึ่งเด็กในวัย 1 ขวบขึ้นไป อาหารเป็นอาหารหลัก ส่วนนมเป็นเพียงอาหารเสริมเท่านั้นนะคะ

 

royal1688 logoสำหรับ royal1688 คาสิโนออนไลน์ของเรา มีแต่เกมส์ออนไลน์ที่มันส์และพนันกีฬาอย่าง แทงบอลออนไลน์ ด้วยรูปแบบเกมส์ ที่เล่นง่าย ภาพสวยแจกรางวัล Jackpot บ่อยครั้ง สมัครสมาชิกเพื่อสัมผัสความเร้าใจพร้อมและลุ้นรางวัลใหญ่กับเรา https://snbbet.com

นิยามความสวยในแบบของคนญี่ปุ่น

ff

นิยามความงามของสาวๆ นั้นแตกต่างกันออกไปตามค่านิยมและสภาพสังคมของแต่ละคน บางคนอาจจะนิยมผิวขาวหรือผีสีน้ำผึ้ง ผู้หญิงร่างบางหรือสมส่วน หากแต่ความงามจากภายในที่เปล่งประกายสู่ภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่สาวๆ ฝันอยากจะมีกันอย่างไม่ต้องสงสัย หากจะพูดถึงความงามแล้ว สาวเอเชียอย่างเราก็ถือว่าสวยไม่แพ้สาวๆจากทวีปอื่นเลย โดยเฉพาะสาวญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นชื่อในเรื่องของความงามจนเป็นที่ยอมรับในระดับอินเตอร์มาแล้ว วันนี้เอสเค-ทูจึงได้รวบรวมนิยามความสวยของสาวญี่ปุ่นแท้ๆมาฝากกัน

1. ผิวกระจ่างใสแลดูอ่อนเยาว์
เป็นที่รู้กันว่าผู้หญิงญี่ปุ่นมีผิวเนียนใสแลดูสุขภาพดี นั่นก็มาจากอาหารการกินที่เน้นเรื่องสุขภาพและโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทำให้คนญี่ปุ่นมีผิวสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น สาวญี่ปุ่นยังพิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใส ซึ่งเอสเค-ทูเข้าใจถึงความต้องการของสาวญี่ปุ่นเป็นอย่างดี จึงได้คิดค้นส่วนผสมอันน่าอัศจรรย์อย่าง พิเทร่าTM ที่อยู่คู่กับผลิตภัณฑ์ของเอสเค-ทูมายาวนานกว่า 35 ปี เพื่อมอบผิวสวยกระจ่างใสอย่างแท้จริงให้กับผู้หญิงเสมอมา

2. ตาโตสวย
เรียกได้ว่าดวงตากลมโตกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของสาวญี่ปุ่นไปแล้ว สำหรับคนญี่ปุ่น ดวงตากลมโตนั้นทำให้ดูน่ารักสดใส แบ้วๆ เข้ากับความน่ารักคิกขุของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

3. ขาเรียว
ต้องยอมรับเลยว่าเทรนมินิสเกิร์ตในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมในทุกยุคทุกสมัย จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวที่สาวๆ ใส่แจ็คเก็ตกันหนาขนาดไหน แต่เราก็ยังสามารถเห็นสาวๆใส่มินิสเกิร์ตไปยังสถานที่ต่างๆได้อยู่ดี นั่นก็เพราะว่าการมีเรียวขาที่สวยถือว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของสาวๆญี่ปุ่นนั่นเอง

4. มีมารยาท
ผู้หญิงนอกจะสวยจากภายนอกแล้ว ความสวยจากภายในก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นเดียวกัน สำหรับคนญี่ปุ่น เขาจะถูกสอนให้มีมารยาท สุภาพ และขี้เกรงใจมาตั้งแต่เด็กๆ แม้จะถูกชมแต่คนญี่ปุ่นก็จะต้องปฏิเสธไว้ก่อนเพื่อไม่เป็นการหลงตัวเองว่ายอมรับในคำชมนั้น ดังนั้น การมีมารยาทดีและนอบน้อมก็ถือว่าเป็นความงามที่มีคุณค่าจากภายในของคนญี่ปุ่นเช่นกัน

5. สดใสร่าเริง
ถึงจะมีมารยาทดีแค่ไหน แต่สาวญี่ปุ่นก็ไม่ได้ปิดตัวเองจนขาดความน่ารักร่าเริงไปแต่อย่างใด นอกจากสายร็อคหรือเท่แล้ว สาวๆญี่ปุ่นหลายคนจะมีความเป็นผู้หญิงค่อนข้างสูง ดังนั้นความสดใสร่าเริงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความงามของสาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

เตรียมตัวรับโอลิมปกด้วยแบรนด์เสื้อผ้า Oysho

df

กีฬาโอลิมปิกที่บราซิลกำลังจะมาถึงในกลางปีนี้ แบรนด์เสื้อผ้าแนวกีฬาหลากหลายแบรนด์ต่างออกคอลเลคชั่นมาเพื่อต้อนรับกันอย่างหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ Oysho ซึ่งเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากๆ

คอลเลคชั่นล่าสุดของ Oysho Spring 2016 Gymwear Collection ได้แรงบันดาลใจมาจากนักรบ (Warrior) ผสมผสานกับกลิ่นอายความเป็นตะวันออก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าไปที่ผู้หญิงที่รักการออกกำลังกาย และรักในสีสันของวัฒนธรรมตะวันออก เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้มีทั้งเสื้อ กางเกงเลคกิ้ง เสื้อคลุม เสื้อคร็อปท็อป โดยเนื้อผ้าจะมุ่งเน้นไปที่ความสบาย ยืดหยุ่น เหมาะแก่การใส่เพื่อออกกำลังกาย แต่ก็แฝงความเป็นแฟชั่นและโฉบเฉี่ยวไม่ใช่แค่ใส่เพื่อไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างเดียวเท่านั้น Oysho คอลเลคชั่นนี้ยังเป็น Streetwear เพราะมีกางเกงขาสั้นสุดชิครวมอยู่ด้วยส่วนเรื่องสีสันก็จัดเต็มทั้งน้ำเงิน แดง ดำ ขาว ให้มีลักษณะสื่อถึงประเทศในเอเชียเช่น จีนและญี่ปุ่น สาวๆคนไหนที่เลิฟการออกกำลังกายลองหามาใส่กันดูนะจ๊ะ

คุณเคยกินผักหวานกันหรือเปล่า?

ดาวน์โหลด (3)

ผักหวานที่พบในประเทศไทยมีอย่างน้อย 37 ชนิด บางชนิดสามารถรับประทานได้ เช่น ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน ซึ่งพบในทุกภาคของประเทศไทย และผักพูม ซึ่งพบเฉพาะในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้เท่านั้น

ผักหวานป่าและผักหวานบ้านมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการคล้ายคลึงกัน จัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามินซี เบต้าแคโรทีนซึ่งช่วยในการมองเห็น บำรุงสายตา ต้านอนุมูลอิสระ มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทั้งยังมีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย ยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ให้พลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)

ผักหวานป่า
ผักหวานป่าเป็นไม้ต้นสูงได้ถึง 11 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่ ดอก ช่อออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่ร่วมต้น กลีบรวมสีเขียว ผล เมล็ดเดียวแข็ง สีเหลือง ลำต้นหรือราก ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้ แก้ดีพิการ

ผักหวานเมา
ผักหวานเมาหรือผักแหวนมีลักษณะคล้ายผักหวานป่ามาก หากรับประทานในปริมาณมากทำให้ตายได้ ข้อควรระวัง คือ ใบผักหวานเมามีลักษณะคล้ายใบผักหวานมาก ลักษณะแตกต่างที่เห็นชัด คือ ลักษณะช่อดอกของผักหวาน เป็นดอกแยกเพศ และเป็นช่อดอกคล้ายช่อแยกแขนง ส่วนผักหวานเมานั้นเป็นดอกสมบูรณ์เพศ และช่อดอกกระจะ (ช่อดอกแบบหนึ่งซึ่งดอกจะมีก้านดอกยาวเท่าๆ กันและเรียงตามแกนที่ยาวไม่จำกัด ดอกที่อยู่โคนช่อจะบานก่อนดอกที่ปลายช่อเสมอ) หากพบในช่วงที่ไม่มีช่อดอกสามารถแยกความแตกต่างได้โดยดูจากลักษณะใบ โดยผักหวานจะมีปลายใบมนหรือแหลมและแผ่นใบกว้างกว่า ส่วนผักหวานเมาจะมีปลายใบเรียวแหลมและ
แผ่นใบแคบกว่า

ผักหวานบ้าน
ผักหวานเป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็กสูงได้ถึง 4 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบ แยกเพศ ผล แห้งแตก สีขาว พอง อวบน้ำ ตำรายาไทยใช้ ราก 10 – 15 กรัม ต้มน้ำดื่มวันละ 3 ครั้งหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น รสเย็น แก้ไข้ ถอนพิษไข้กลับ พิษซาง ผิดสำแดง รักษาคางทูม ใบ ปรุงเป็นยาเขียว แก้ไข้

สรุปได้ว่าผักหวานที่สามารถรับประทานได้มี 3 ชนิด คือ ผักหวานป่าที่มีราคาสูงสุด คือกิโลกรัมละ 100 – 300 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของยอดอ่อน พบว่ายอดเล็กยาวประมาณ 10 เซนติเมตร (ราคากิโลกรัมละ 300 บาท) จะหวานกว่าขนาดยาวประมาณ 15 เซนติเมตร (กิโลกรัมละ 200 บาท) และขนาดยาวประมาณ 20 เซนติเมตร (กิโลกรัมละ 100 บาท) ส่วนผักหวานบ้านสามารถปลูกเองได้ง่ายกว่า ซึ่งพบได้ทั่วไปและราคาถูกกว่ามาก และผักพูมซึ่งพบเฉพาะในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้เท่านั้น ส่วนผักหวานที่มีความเป็นพิษ คือ ผักหวานเมาหรือผักแหวน ซึ่งมีลักษณะคล้ายผักหวานมาก แต่สามารถแยกความแตกต่างได้ตามข้อมูลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ผลไม้รักษาโรค : มังคุด

ดาวน์โหลด (2)

มังคุดนั้นเป็นผลไม้ที่ราคาไม่แพงนัก ราคามังคุดผิวมันเบอร์ยอด ตอนต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ตลาดสี่มุมเมืองคือ 32 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับกล่าวว่าราคานั้นตกลงจากเดิม (โดยเฉลี่ย 3 ปีที่แล้วอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม) ในขณะที่หนังสือพิมพ์บางฉบับกล่าวว่า ผู้ค้าจีนได้เข้ามากว้านซื้อถึงสวนของเกษตรกรทำให้อาจมีปริมาณออกสู่ตลาดในประเทศลดลง ซึ่งดูแล้วข่าวนั้นสวนทางกัน อย่างไรก็ดีผู้เขียนยังหวังว่าผู้ค้าจีนคงเหลือมังคุดให้คนไทยได้กินบ้างในราคาไม่แพงนัก เพื่อช่วยลดความร้อนแรงหลังการกินทุเรียนซึ่งก็ออกในช่วงเวลาเดียวกัน

สำหรับคนต่างชาติแล้วมักรู้ดีว่า ถ้าจะกินมังคุดให้อร่อยต้องมาเมืองไทย จึงจะสะใจในรสชาติ แม้มีประเทศหนึ่งทางตอนใต้ของเส้นศูนย์สูตรซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โต (แต่เป็นทะเลทรายใหญ่มากอยู่ตอนกลาง) และมีความสามารถเป็นพิเศษในการหลอกล่อให้คนในประเทศอื่นที่มีผลไม้อร่อยไปทำวิจัยเพื่อรับปริญญาเอก โดยแลกกับการนำเอาผลไม้อร่อยของประเทศตนเองไปทำวิจัยและปลูกในประเทศนั้น ก็ยังพบว่ามังคุดที่นำไปปลูกนั้นแค่พอกินได้แต่มันไม่ถึงใจเท่ามากินที่เมืองไทย

วันหนึ่งขณะที่ผู้เขียนยังไม่เกษียณ มีคณบดีของคณะเกษตรในมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียนเคยไปเรียนวิชาด้านพิษวิทยามาเยี่ยมที่ทำงาน ทางผู้บริหารของหน่วยงานจึงตามผู้เขียนไปทักทาย สิ่งที่ภรรยาของคณบดีถามผู้เขียนประโยคแรกคือ จะหาซื้อมังคุดได้ที่ไหน ซึ่งประจวบเหมาะกับวันนั้นมีลูกศิษย์ได้นำมังคุดมากำนัลผู้เขียน จึงเป็นโอกาสที่จะทำให้ชาวต่างชาติสองคนได้ลิ้มลองความอร่อยของผลไม้ที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลกชนิดหนึ่งในวันแรกที่สัมผัสแผ่นดินไทย
ข้อมูลจากเว็บต่างๆ ทั้งไทยและเทศกล่าวว่า มังคุดเป็นผลไม้กึ่งยาซึ่งได้รับการวิจัยทางชีวภาพแล้วมากมาย สำหรับคนไทยนั้น มังคุดเป็นผลไม้จำเป็นเพื่อแก้ร้อนในเมื่อกินทุเรียนแบบลืมตาย มังคุดมีเนื้อในสีขาวสะอาด รสชาติแสนหวาน และหอมหวน อร่อยอย่างยากที่จะหาผลไม้อื่นมาเทียบได้ ชาวบ้านในบางจังหวัดนำมังคุดมาประกอบอาหารได้ทั้งอาหารคาว เช่น แกง ยำ และอาหารหวาน เช่น มังคุดลอยแก้ว แยมมังคุด มังคุดกวน มังคุดแช่อิ่ม เป็นต้น

นอกจากอร่อยมากแล้วเนื้อมังคุดมีคุณค่าทางโภชนาการดีคือ มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ใยอาหาร (ซึ่งเป็นเรื่องไม่แปลกนัก) แต่สิ่งที่เราควรสนใจคือ ข้อมูลจาก USDA Nutrient Database ของกระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกากล่าวว่า เมื่อกินเนื้อมังคุดราว 100 กรัม จะได้รับสารอาหารหลายชนิด ซึ่งเมื่อคำนวณตามความต้องการในแต่ละวันของผู้ใหญ่แล้วคือได้ วิตามินบี1 ร้อยละ 5 วิตามินบี2 ร้อยละ 5 ไนอาซีนร้อยละ 2 วิตามินซีร้อยละ 3 โฟเลตซึ่งมีถึงร้อยละ 8 (ซึ่งเหมาะกับคนท้องเพราะช่วยป้องกันความผิดปกติของทารก) และวิตามินอื่นๆ อีกเล็กๆ น้อยๆ ส่วนกลุ่มเกลือแร่ที่จะได้นั้นคือ แมกนีเซียมร้อยละ 4 แมงกานีสร้อยละ 5 สังกะสีร้อยละ 2 โปแตสเซียมร้อยละ 1

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจในประโยชน์ด้านสมุนไพร เปลือกมังคุดนั้นมีประโยชน์คุ้มค่าที่จะตากแห้งแล้วเก็บไว้ เพราะวิกิพีเดียภาษาไทยกล่าวว่า เปลือกของมังคุดมีสารให้รสฝาด คือ แทนนินซึ่งมีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว ส่วนสารธรรมชาติอีกชนิดคือ แมงโกสตินช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้

ในตำรับยาแผนไทย แนะนำให้ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟแล้วฝนกับน้ำปูนใสเพื่อแก้ท้องเสีย เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใสใช้บำบัดอาการคันเนื่องจากน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ฝรั่ง มาเลย์เชื้อสายอินเดีย และไทยตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Joutnal of Ethnobiology and Ethnomedicine เมื่อปี 2010 กล่าวว่า ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประของมาเลเซียใช้เปลือกผลแห้งรักษาแผลเปิดได้ดี

นอกจากนี้จากการศึกษาในห้องทดลองเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์ของลูกศิษย์ภายใต้การดูแลของผู้เขียน ทำให้เราพบว่า เนื้อมังคุดมีสารต้านออกซิเดชั่นสูงมาก ซึ่งรวมถึงการพบว่า มังคุดมีสารต้านฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ของสารพิษบางชนิดด้วยจึงอาจกล่าวว่า มังคุดเป็นผลไม้ที่มีแนวโน้มในการลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ โดยมีงานวิจัยที่ดูเป็นการสนับสนุน (ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the Society for Integrative Oncology เมื่อปี 2006 เรื่อง Mangosteen for the cancer patient: facts and myths) กล่าวว่ามังคุดมีสารชื่อ แซนโธน (Xanthones) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่น ต้านอาการบวม และต้านการขยายจำนวนของเซลล์มะเร็ง

อย่างไรก็ดีผู้ป่วยมะเร็งคงต้องรองานวิจัยที่วางแผนการศึกษาในคนไข้ที่ดีกว่านี้ในอนาคต ดังนั้นระหว่างนี้อย่าเพิ่งไปหลงเชื่อการโฆษณาจากคนขายน้ำมังคุด ซึ่งมีตั้งแต่เขาเป็นใครก็ไม่รู้ในอินเตอร์เน็ต ตลอดไปจนถึงบุคคลากรด้านสาธารณสุขที่มักกล่าวว่า น้ำมังคุดใช้บำบัดมะเร็งได้ เพราะยังไม่มีใครบอกได้ว่า น้ำมังคุดจะไปรบกวนการทำงานของยาบำบัดมะเร็งอื่นหรือไม่ ที่สำคัญในช่วงการบำบัดมะเร็งด้วยการฉายรังสี อาจจำเป็นต้องงดการกินผลไม้ที่มีสารต้านออกซิเดชั่นสูงรวมทั้งมังคุดด้วย เพราะช่วงนี้ของการฉายรังสีนั้นเป็นความต้องการให้เกิดอนุมูลอิสระไปทำลายเซลล์มะเร็ง จากนั้นเมื่อการฉายรังสีลุล่วงไปแล้วผู้ป่วยจึงควรเพิ่มการกินผลไม้กลุ่มที่มีสารต้านออกซิเดชั่นเพื่อบำรุงร่างกายให้กลับสู่สภาพปกติ

ถ้ำดาวดึงส์

ก

ถ้ำดาวดึงส์เป็นหนึ่งในถ้ำที่มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดของประเทศไทย ถูกค้นพบโดยนาย สำลี คูหา ในปี พ.ศ. 2515 ถ้ำมีความลึกประมาณ 100 เมตรถูกแบ่งออกเป็นห้องๆ ซึ่งมีชื่อเรียกตามลักษณะของหินงอกหินย้อยที่แตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปจะมีสีขาว เช่น ห้องเจดีย์ ห้องโคมระย้า ห้องจีบม่านฟ้า เป็นต้น นอกจากห้องที่งดงามต่างๆ ของห้องดาวดึงส์แล้ว ภายในถ้ำยังพบสัตว์ที่ไม่ค่อยพบเห็นได้ทั่วไป เช่น แมงป่องไม่มีหาง จิ้งหรีดหนวดยาว เป็นต้น
ภายในถ้ำดาวดึงส์อากาศโปร่งถ่ายเทแต่แสงจะมืดสนิทจึงต้องอาศัยตะเกียงและคนนำทางเข้าไปชม ถ้ำดาวดึงส์ตั่งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแควน้อยคนละด่านกับทางรถยนต์ จากสุดทางรถยนต์ถึงแล้วจะต้องเดินเท้าขึ้นไปถึงปากถ้ำระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หากประสงค์จะไปชมถ้ำดาวดึงส์ เพื่อความสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวสามารถจัดเป็นรายการท่องเที่ยวร่วมกับน้ำตกไทรโยค และถ้ำละว้าได้ เนื่องจากเส้นทางที่เอื้ออำนวยต่อกันอย่างสะดวก
การเดินทางไปยังถ้ำดาวดึงส์นั้นมีทั้งทางรถและทางเรือ เมื่อถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้วให้ใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ หรือทางหลวงหมายเลข 323 นั่นเอง ไปยังท่าเสาตรงกิโลเมตรที่ 44-45 เยื้องกับสถานีน้ำตกแล้วจากนั้นเลี้ยวซ้ายที่แยกเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรถึงท่าเรือปากแซงแล้วใช้เรือหางยาวสัญจรทวนน้ำขึ้นไปประมาณ 1 ชั่วโมงจะถึงปากถ้ำละว้า หากนั่งเรือไปต่ออีก 1 ชั่วโมงก็จะถึงน้ำตกไทรโยคที่ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ และจากน้ำตกไทรโยคนั่งเรือไปอีกประมาณ 25 นาทีก็จะถึงท่าเรือขึ้นถ้ำดาวดึงส์ หรืออีกเส้นทางหนึ่งให้ขับรถต่อไปจนถึงกิโลเมตรที่ 55-56 เลี้ยวซ้ายเข้าโรงแรมหมู่บ้านแม่น้ำแควแล้วเช่าเรือที่นี่จะช่วยย่นระยะเวลาได้ประมาณ 40 นาที